[BT] M&J 027: And There You Are

posted on 01 Jun 2012 22:47 by matilda-o-lantern
 
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คบลอดเวนค่ะ
 
[BT] M&J 027: And There You Are 
 
 
 
 
บางที บางสิ่ง ก็โผล่เข้ามาในชีวิตของเรา อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
 
 
 
 
วันหนึ่งในเดือนมิถุนายน



แดดสุดท้ายของวันนี้เริ่มจางแสง บลอดเวน เมืองอันเงียบสงบกำลังจะถูกคลี่คลุมด้วยม่านมืดของยามค่ำ


เสียงซี่ล้อจักรยานดังหวื่อ หวื่อ เมื่อจังหวะปั่นคงที่


และทอดทำนองช้าลงเมื่อผ่อนแรงปั่นลงเนิน


ล้อกลมๆ หมุนไปเรื่อยตามทาง วนเวียน วนเวียน



ถ้าไม่มีอะไรวิ่งพรวดมาขวางทางเสียก่อน!



จักรยานหักหลบกะทันหัน ชนโครมเข้ากับต้นไม้ในสวน ตามมาด้วยคำสบถชวนสะดุ้งที่หลุดปากอย่างลืมตัว


ฌอง โลฟเฟล สะบัดหัวแรงๆ ลุกขึ้นพลางปัดฝุ่นและเศษใบไม้ตามตัว ก้มลงดึงจักรยานขึ้นมาตรวจสภาพ


ล้อหน้าของมันเบี้ยวน่ากลัว


"ฉิบหาย"


ถัดจากเสียงสบถเป็นเสียงครางหงิงเบาๆ เด็กชายหันตามต้นเสียง


เจ้าหมาที่เพิ่งจะพ้นวัยลูกหมามาไม่นานซุกตัวอยู่ใต้พุ่มไม้ข้างจักรยานที่ล้มอยู่อย่างแนบเนียน พฤติกรรมแสนแนบเนียนนั้นไม่เพียงแค่ปรากฏตัว แต่ยังกินอาหารมื้อค่ำอย่างแนบเนียนด้วย


ฌองร้องลั่น


นั่นมันแซนด์วิชมังสวิรัติที่คุณสแตนลีย์ทำให้เขานี่หว่า!


ถ้าสมัยที่เป็นเด็กเหลือขอ ตอนหิวจัดเขาอาจลงไปคลุกฝุ่นสู้กับหมาสักยกเพื่อของกิน แต่ตอนนี้เขามีของกินบริบูรณ์ดี ต่อให้เสียแซนด์วิชไป ก็อาจมีมื้อเย็นอุ่นๆ ที่มาทิลด้าทำเตรียมไว้ให้ เด็กชายจึงผละความคิดจะเตะหมาสักเอ๋งหนึ่งไปเสีย


"โชคดีไปนะแกน่ะ"


เลิกงานวันนี้ ตั้งใจจะปั่นจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะสักรอบแล้วค่อยกลับ แต่ดันมาเป็นอย่างนี้เพราะเจ้าหมาหิวโซ


เขาจำได้ มาทิลด้าเคยบอกว่าในเมืองมีร้านซ่อมจักรยานอยู่ร้านหนึ่ง น่าจะอยู่แถวมหาวิทยาลัยเกวนเดอลิน


ก็ไม่ไกลจากสวนสาธารณะเท่าไหร่


เมื่อเดินเข็นจักรยานมาหนึ่งเหนื่อย ก็ถึงร้านที่ว่าจนได้ ...บ้านเลขที่ 2/37


ร้านปิด


หน้าปัดนาฬิกาข้อมือบอกว่าทุ่มกว่าแล้ว


ฌองเสี่ยงเคาะประตูร้านเผื่อเจ้าของร้านจะออกมาดูให้ อุตส่าห์เข็นรถมาถึงนี่จะให้กลับไปก็ใจร้ายไปละมั้ง


เสียงขานรับดังมาจากในร้าน ตามมาด้วยพี่ชายคนหนึ่ง ตัวสูงและมีผมสีทอง


เขาเริ่มตรวจดูอาการจักรยานไม่รอช้า เหมือนหมอวินิจฉัยผู้ป่วยใหม่


"น่าจะใช้เวลาหน่อย เสียดายว่ามาค่ำแล้ว ถ้ามาตอนเย็นๆ คงได้วันนี้เลย" เจ้าของร้านสรุป


"งั้นผมต้องฝากไว้ที่นี่เหรอ?"


"ก็อย่างนั้นแหละ แต่ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ผมจะเอาไปส่งให้ถึงที่เลย คุณ..."


"ผมชื่อฌอง" เด็กชายตอบ "ไม่ต้องเรียก คุณ หรอกฮะ ไม่เคยมีใครเรียกผมอย่างนั้น เรียกฌองเฉยๆ ก็พอ"


พี่ชายตัวสูงยิ้มให้ "พี่ชื่อเลนนาร์ด"


คำว่า "พี่" ฟังดูสนิทสนมมากขึ้นโข และบอกออกมาโดยธรรมชาติ


เขารับข้อมูลสถานที่ส่งจักรยาน พลางบอกว่ายังไม่เคยไปร้าน Matilda & Jack O'Lantern เสียที มีแต่มาทิลด้าที่มาร้านของเขา พรุ่งนี้คงได้ไปดูสินค้าบ้าง


ฌองกล่าวคำลาสั้นๆ กับเจ้าของร้านที่อุตส่าห์ลงมาตรวจจัักรยานให้ทั้งที่ร้านปิดแล้ว ออกเดินเรื่อยๆ กลับไปยังบ้านของตัวเอง


เลนนาร์ด ลีเอนเดอร์ จัดวางจักรยานให้เข้าที่เข้าทาง กำลังจะปิดร้านอีกหนก็พอดีได้ยินเสียงเห่าเบาๆ หันไปตามเสียงก็เจอหมาตัวกะเปี๊ยก


"ไม่มีเจ้าของสิท่าเราน่ะ?"


เจ้าหมาทำท่าหมอบลงตรงจักรยานล้อหน้าเบี้ยวราวกับจะเฝ้ายาม เจ้าของร้านไม่ได้สนใจอะไรจึงปิดร้านทั้งอย่างนั้น


OoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOo



วันรุ่งขึ้นฌองแวะมาที่ร้านในยามเย็น เพราะโทรไปถามกับมาทิลด้าแล้วพบว่าพี่ชายผมทองยังไม่ได้เอาจักรยานไปส่ง


เลนนาร์ดบอกว่าวันนั้นทำนู่นทำนี่ยุ่งทั้งวัน กว่าจะได้สะสางงานที่ร้านเลยกินเวลาไปมาก


ฌองออกปากว่าจะรอเอาจักรยานกลับไปเองดีกว่า


เมื่อท้องฟ้าบลอดเวนเป็นสีเข้มเหมือนกำมะหยี่ งานก็เสร็จสิ้น ชำระเงินค่าบริการแล้วเด็กชายก็ปั่นจักรยานกลับบ้าน โดยปั่นอ้อมไปทางสวนสาธารณะอีกครั้ง


จังหวะที่ปั่นลงเนิน สิ่งมีชีวิตประหลาดก็โผล่พรวดมาอีกรอบ!



เลนนาร์ดเลิกคิ้วงงๆ เมื่อลูกค้าที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่ เข็นจักรยานที่มีแผลใหม่ซ้ำรอยเดิมกลับมาหา มีเจ้าหมาตัวเมื่อวานเดินตามมาด้วย


ฌองโมโหจนแทบจะเหยียบเจ้าหมาให้แบนจมดิน แต่มันก็เอาแต่เห่าบ๊อกๆ กระดิกหางร่าเริง


"มันคิดว่ากำลังเล่นกับมันละมั้ง"


"ผมเนี่ยนะ? เหมือนเล่นกันตรงไหน???" เด็กชายโวย


พี่ชายผมทองโคลงศีรษะยิ้มๆ ตรวจสภาพจักรยานแล้วบอกว่าวันนี้กลับบ้านได้ "ที่กลับน่ะ เฉพาะนาย ส่วนเจ้านี่่ทิ้งไว้นี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยมาเอา" เขาชี้ไปที่จักรยาน


ฌองถอนหายใจอย่างระอา หันไปคาดโทษกับตัวการ "เพราะไอ้เจ้าหมาบ้านี่แหละ"


"ถึงอย่างนั้นมันก็นอนเฝ้ารถนายทั้งคืนนะ"


คนฟังเลิกคิ้ว คนพูดยักไหล่


"มันคงไม่มีที่ไปมั้ง"


ฌองหรี่ตามองเจ้าหมา ที่ยังกระดิกหางดุ๊กดิ๊ก ตัวมันผอมผิดจากลูกหมาทั่วไป


คำว่า ไม่มีที่ไป กระทบใจเด็กชาย


เมื่อได้แซนด์วิชไปอีกชิ้นต่อจากเมื่อวาน เจ้าหมาก็เห่าเสียงดัง และกินอย่างเอร็ดอร่อย


เลนนาร์ดมองหนึ่งเด็กกับหนึ่งหมา แล้วยิ้มบางๆ ระหว่างทำงาน "แต่ต่อไปก็ไม่แน่..."


OoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOo



"มีหมาอย่างนั้นด้วยเหรอ?" เป็นคำถามของมาทิลด้า


ฌองพยักหน้ารับ "หมาที่ไหนไม่รู้ฮะ จู่ๆ ก็มาวิ่งตัดหน้าผม 2 วันติดแล้ว"


"ถูกชะตากันมั้ง?"


เด็กชายนิ่งฟังด้วยความสนใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ


มาทิลด้าตัดสินให้ "ถ้าไม่มีเจ้าของ จะเอามาเลี้ยงที่บ้านก็ได้นะ"


ฌองมองไปที่แจ็ค หญิงสาวมองตาม แล้วหัวเราะ "เอ้า พ่อบ้านว่ายังไงจ๊ะ?"


แจ็คหรี่ตาใส่ทั้งคู่ ก่อนจะเชิดหน้าทำเสียงคล้ายกระแอม เป็นทำนองว่า


ก็ตามใจ แต่ให้รู้แล้วกันว่าใครมาก่อนมาหลัง


OoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOoOo


วันที่สาม


ฌองเดินจากร้านของคุณสแตนลีย์ ตรงไปที่ร้านจักรยาน ตอนแรกตั้งใจจะแวะไปที่สวนสาธารณะเผื่อจะเจอเจ้าหมาตัวนั้น แต่ระยะเดินทางที่ไร้ล้อกลมๆ มันไกลกว่าปกติ แผนจึงล้มไป


ยังไงมันก็น่าจะไปที่ร้านของพี่เลนนาร์ด เด็กชายบอกตัวเอง วันนี้เขาขอซื้อแซนด์วิชมังสวิรัติมา 3 อัน สำหรับพี่ชายหมอจักรยาน ตัวเขา และเจ้าหมานั่น ...ถึงไม่เชิญก็ต้องทำหน้าเป็น มาขอกินอยู่ดี


จักรยานซ่อมเรียบร้อยแล้ว ดูดีเหมือนครั้งแรก


ฌองจ่ายเงิน แบ่งแซนด์วิชให้พี่ชายผมทอง แล้วมองไปรอบๆ รอคอย


"มันหายไปตอนบ่ายๆ" เลนนาร์ดให้คำตอบกับถามที่ไม่ต้องเอ่ย "ปกติป่านนี้มันจะมาแล้วนะ" เขาเองก็เริ่มชินกับการจะเห็นเจ้าหมานั่นมาเดินเกะกะแถวร้าน คิดว่าเสียงเห่าของมันถึงจะเป็นเสียงบ๊อกๆ แบ๊กๆ แต่ก็น่ารักแบบหมาเด็ก


ฌองมองฝ่าความมืดสลัวไปทางสวนสาธารณะ "...เดี๋ยวก็มามั้ง" แล้วสองคนก็เริ่มกินแซนด์วิช


เวลาผ่านไปอีกในราวครึ่งชั่วโมง แซนด์วิชหมดไปตั้งแต่ห้านาทีแรก


ฌองลากจักรยานออกมา ทำท่าจะร่ำลา


"จะกลับเลยเหรอ?" พี่ชายผมทองถามเมื่อเห็นหัวจักรยานบ่ายหน้าไปคนละทิศกับสวนสาธารณะ


ฌองพยักหน้าอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่ "นี่ดึกกว่าทุกวันแล้วฮะ ไม่กลับเสียทีทิลด้าคงเป็นห่วง อีกอย่างมันคงหาของกินอย่างอื่นได้แล้วมั้ง" คำตอบครอบคลุมทุกคำถามที่แฝงอยู่ในคำพูดของคนถาม


เด็กชายเลิกคิ้วอีกครั้ง เมื่อเลนนาร์ดเดินกลับเข้าไปในร้าน แล้วกลับออกมาพร้อมกับจักรยานของตนเอง


"บอกไว้ว่าจะแวะไปดูของที่ร้านไง" เขาว่า "แต่ก่อนหน้านั้นเดี๋ยวไปสวนสาธารณะเป็นเพื่อน"


ฌองคิดในใจ อะไรวะ ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าอยากไป แต่เขาก็นึกขอบคุณ


เรื่องบางเรื่อง บางทีไม่ต้องพูดออกมาก็รู้ได้


ร้านหมายเลข 2/37 ปิดเรียบร้อย เสียงซี่ล้อจักรยานดังหวื่อ หวื่อ ตรงไปทางสวนสาธารณะ




สวนเงียบสงัดในความมืด มีเพียงเสียงต้นไม้ไหวซู่ซ่าในลมยามหัวค่ำ


เด็กชายชี้ให้เด็กหนุ่มดูทางข้างหน้า "ถ้าลงเนินตรงนั้น มันจะพุ่งออกมาฮะ" ทั้งสองค่อยๆ ปั่นจักรยานตรงไปที่จุดนั้น


เสียงซี่ล้อจักรยานดังห่างลง ห่างลง


และหยุด


จักรยานสองคันลงเนินมาอย่างเรียบร้อย


เลนนาร์ดมองฌองเป็นเชิงถาม เด็กชายมองไปทางเนินที่เพิ่งปั่นลงมา


เอาไงดี?


ปั่นจักรยานกลับไปบ้าน มืดแล้ว มาทิลด้าคงจะรอ


แต่ก็


...


เลนนาร์ดจอดจักรยานพิงไว้กับต้นไม้ใหญ่ แล้วเดินตามฌองที่เดินกลับขึ้นเนินไป


พุ่มไม้ตรงนั้นเงียบเหมือนที่อื่นๆ


"นี่" เด็กชายผมทองกระซิบกับพุ่มไม้ "petit chien ไอ้ลูกหมา อยู่ไหม?"


เสียงเห่าเบาๆ ดังออกมาจากในพุ่มไม้


ทั้งสองคนมองหน้ากัน ก่อนที่เลนนาร์ดจะช่วยฌองแหวกพุ่มไม้ตรงนั้นออก แล้วจึงพบสิ่งที่ตามหา


เจ้าหมาพเนจรซุกตัวลึกอยู่ในพุ่มไม้ ขนสีขาวปนน้ำตาลของมันมอมแมม เมื่อเห็นฌองกับเลนนาร์ดก็เห่าบ๊อกอย่างร่าเริง ทำท่าจะกระโจนออกมา แต่ก็ทรุดลงทันที พร้อมกับเสียงครางหงิงเบาๆ


พี่ชายผมทองตรวจอาการของเจ้าลูกหมา "ขามันเดี้ยงแฮะ" เขาชี้ไปที่ขาหน้าข้างซ้ายของเจ้าตัวเล็ก "คงกะจะเล่นกับใครสักคนเหมือนที่เล่นกับนาย แล้วโดนชนเอาแหง"


ฌองมองดูเจ้าหมาไร้หลักตรงหน้า สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่ดูไม่มีใครสนใจ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีดวงตาใสแป๋วให้กับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ


"ผมว่าผมจะเลี้ยงมัน..." เด็กชายเอ่ยเป็นเชิงถาม พลางแกะแซนด์วิชให้หมาเจ็บที่เห่าอย่างดีใจแล้วกินอย่างอร่อย


"อื้อ" พี่ชายตัวสูงทรุดตัวลงนั่งยองๆ ด้วยกัน "พี่ก็ว่างั้นแหละ ถ้าไม่ใช่นาย เป็นคนอื่นก็คงไม่เหมาะ"


"ทำไมอ่ะ?"


เลนนาร์ดยักไหล่ให้คำถาม "พูดยาก พี่ว่าพวกนายดูเข้ากันดี อย่างในบลอดเวนเนี่ยก็มีหมาตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่เห็นมีตัวไหนมาเฝ้ารถให้นายแบบเจ้านี่ หรือนายก็คงไม่เที่ยวซื้อแซนด์วิชเลี้ยงหมาไปทั่วหรอกใช่ไหม?"


ฌองพยักหน้ารับช้าๆ คนพูดยิ้มอ่อนๆ


"ถ้าสนิทกันแล้ว จะแยกกันก็น่าเสียดาย"


ฌองมองคนพูด ดวงตากระจ่างเพราะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


แล้วพี่ชายผมทองก็ผละไปหาจักรยานของตัวเอง ฌองค่อยๆ อุ้มเจ้าหมาที่เลียมือเขาอย่างดีใจเดินลงเนินตามไป เมื่อมันต้องนั่งบนเบาะหลังจักรยานก็มองไปรอบๆ อย่างไม่คุ้นชิน เมื่อจักรยานเริ่มปั่นช้าๆ มันก็เห่าบ๊อกๆ กับสิ่งใหม่ที่เพิ่งได้สัมผัส


สายลมยามดึกพัดมารวยริน


เลนนาร์ดเอ่ยถามพลางปั่นจักยานช้าๆ "นายจะตั้งชื่อให้มันว่าอะไร?"


เด็กชายมีคำตอบในใจแล้ว จึงตอบได้ทันที "อวงตวนฮะ"


เจ้าลูกหมาที่เบาะหลังเห่าขานรับเสียงดัง


"อองตวน?" อีกฝ่ายทวนคำ "เพราะดีนี่"


เจ้าลูกหมาที่เพิ่งได้ชื่อว่า 'อองตวน' เห่ารับอีกรอบอย่างดีใจ


"จะว่าไป..." ฌองเอ่ยระหว่างที่ปั่น "ผมว่าชื่อมันเพราะกว่าชื่อผมอีกนะเนี่ย"


พี่ชายผมทองหัวเราะ "บ้าไปได้น่า"




แล้วจักรยานสองคันก็ปั่นช้าๆ ตรงไปยังร้าน Matilda & Jack O'Lantern ที่ข้างหน้าโน้น


ท้องฟ้าเริ่มมืดกว่าเดิม แต่แสงตะเกียงจากร้านปลายทางยังสว่างไสว


เสียงซี่ล้อจักรยานที่แล่นไปตามทางดังหวื่อ หวื่อ ในความเงียบยามดึก




คราวนี้มีเสียงเจ้าหมาเห่าดัง บ๊อก บ๊อก ด้วย
 
 
 
[End of M&J 027]
 
 
 
 
 
โย้วววว อัพฟิคตอนใหม่อีกแย้วว 555 ฟิตมากช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา สงสัยจะอัดอั้นมาตั้งแต่ตอนปั่นธีสิส XD แง้ ขอโทษคนอ่านที่อาจอัพถี่ไป แต่ก็ขอให้อ่านกันนะค้า อย่าเบื่อไปก่อนน้า ;w; (ขอร้องกันดื้อๆ แบบนี้นี่ละ 555)
 
 
สำนวนตอนนี้อาจจะต่างจากตอนที่แล้วๆ หน่อย เพราะเขียนตอนง่วงจัดๆ เออ มันก็แปลกดีนะ Foot in mouth แต่ดูเข้ากับตอนนี้ดีเลยไม่ได้เปลี่ยนอะไร
 
 
 
สำหรับตอนนี้ ต้องขอบคุณ กิ๊ม คุณแม่ของเลนนาร์ด อย่างยิ่งยวด Embarassed ที่ให้ยืมตัวลูกชายมาให้เขียน อยากเขียนถึงเลนมานานนักหนาแล้ว แต่ไม่สบโอกาสเสียที ตอนนี้มีจังหวะเลยขอจัดทั้งตอนเลยนะ! ชอบบรรยากาศของเลนมากเลยค่ะ (ส่วนสำคัญก็เพราะจากภาพของกิ๊มด้วยละ น่ารักและอบอุ่น ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและเป็นมิตร ,,- -,,) จากนี้ฌองก็จะเรียกเลนว่า "พี่เลนนาร์ด" และอาจจะไปเยี่ยมเยียนอยู่เนืองๆ เพราะว่าถูกอัธยาศัยกัน ^^
 
 
ข้อมูลที่อยากเพิ่มเติมในตอนนี้มี 2 เรื่องจ้ะ
 
1. เจ้าอองตวน ที่จะเป็นสมาชิกของบ้านโลฟเฟลอีก 1 หน่อ เป็นเจ้าหมาตัวผู้ที่เพิ่งพ้นวัยลูกหมา พันธุ์แจ็ครัสเซล เทอเรีย ลักษณะและสีแบบในรูปนี้เลย
 
 
คุ้นไหม? คุ้นไหม? ต้องคุ้นสิ! XD เพราะมันคือเจ้า Uggie ที่แสดงเป็นเจ้าหมาของดาราหนังเงียบในเรื่อง The Artist นั่นเองค่ะ
 
คือตอนที่ดูหนังแล้วรักเจ้าหมาตัวเล็กๆ นี่มากเลย มันน่ารักมาก แต่ที่บ้านฟูจังไม่เลี้ยงหมาล่ะ Tongue out เลยให้ฌองเลี้ยงซะเลย (ฮ่า) อีกอย่างมีอองตวนมาอยู่ที่ร้านจะได้มีสีสันกว่าเก่า เพราะแจ็คก็เป็นแมวพ่อบ้านเงียบขรึ่ม อองตวนจะมาสร้างความร่าเริงและกระตือรือร้นค่ะ
 
 
แจ็ค: *หรี่ตาใส่* เจ้าหนูนี่ปากเปราะจริง (เห่าอยู่ได้)
 
อองตวน: คุณแจ็คเงียบขรึมจังนะฮะ *ทำตาแป๋วใส่*
 
 
แต่อองตวนก็นอบน้อมกับแจ็คเป็นอย่างดี ไม่มีมาขู่หรือกัดนะ (เพราะแจ็คแผ่บารมีไว้เต็มบ้าน ฮ่าๆ) อยู่ด้วยกันได้ด้วยดีทั้งสมาชิกเก่าสมาชิกใหม่ Embarassed
 
 
 
2. ชื่อของอองตวน ฌองคิดได้จากตอนที่เลนนาร์ดบอกว่า "ถ้าสนิทกันแล้ว จะแยกกันก็น่าเสียดาย" เพราะมันทำให้ฌองนึกไปถึงตอนหมาจิ้งจอกในเรื่อง "เจ้าชายน้อย" (หนังสือของขวัญเล่มแรกของฌองที่ทิลด้าซื้อให้ในวันเกิด จำได้ไหมเอ่ย ^_^) 
 
ตอนที่ว่านั้นเป็นอย่างนี้
 
สุนัขจิ้งจอกพูด"สำหรับฉัน เธอเป็นเพียงเด็กผู้ชายเล็กๆคนหนึ่ง ซึ่งเหมือนกับเด็กชายอื่นๆอีกแสนคน ฉันไม่ต้องการเธอ และเธอไม่ต้องการฉัน เช่นเดียวกัน ฉันก็เป็นสุนัขจิ้งจอกธรรมดาๆ ตัวหนึ่งเหมือนสุนัขจิ้งจอกอื่นๆอีกแสนตัว แต่ทว่า ถ้าเมื่อใดที่เธอคุ้นเคยใกล้ชิดกับฉัน เมื่อนั้นเราต่างก็ต้องการซึ่งกันและกัน เธอก็จะเป็นเด็กคนเดียวในโลกสำหรับฉัน และฉันก็จะเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวเดียวในโลกสำหรับเธอด้วย"
 
 
"ถ้าเธอทำให้ฉันเชื่อง ชีวิตของฉันก็จะสดใสขึ้น ฉันจะเรียนรู้ว่าฝีเท้าของเธอผิดจากเสียงอื่นทั้งสิ้น เสียงฝีเท้าอื่นจะทำให้ฉันหลบลงใต้ดิน แต่เสียงฝีเท้าของเธอจะเรียกให้ฉันออกมาจากโพรงดินและเธอดูนั่นสิ ที่นั่นทุ่งข้าวสาลี ฉันไม่กินขนมปังหรอก ข้าวสาลีหาได้มีประโยชน์กับฉันไม่ นาข้าวสาลีจึงไม่ทำให้ฉันหวนระลึกถึงสิ่งใดเลย และนั่นเป็นสิ่งน่าเศร้า เธอมีผมสีทอง ฉะนั้น ถ้าเธอก่อความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งสอง ก็จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่ง ข้าวสาลีสีเหลืองอร่ามจะทำให้ฉันหวนระลึกถึงเธอ"
 
 
 
 
ฌองคิดว่าสถานการณ์ที่ตัวเองพบเจออยู่ก็คงไม่ต่างอะไรกับเจ้าชายน้อยกับหมาจิ้งจอก เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็คิดถึงชื่อคนเขียนขึ้นมาพร้อมกัน ฌองจำได้แม่นเพราะเป็นชื่อนักเขียนของหนังสือของขวัญวันเกิดเล่มแรก จึงตกลงใจจะตั้งชื่อให้เจ้าหมาพเนจรไร้ชื่อว่า อองตวน ตามชื่อ อองตวน เดอ แซ็ง-เต็กซูเปรี ผู้เขียน เจ้าชายน้อย นั่นเอง
 
 
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แล. Cool
 




edit @ 2 Jun 2012 23:15:05 by Matilda & Jack

Comment

Comment:

Tweet

อา มิตรภาพและความผูกพันธ์นี่ซบาซึ้งกินใจมากเลยนะคะ 
ถึงจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นก็ตาม
น้ำใจที่มอบให้กันไม่ว่าจะคนหรือสัตว์เป็นเรื่องที่วิเศษไปเลยนะ 
ฌองน่ารักมากเลยค่ะ ดูใจเย็นขึ้นนะ
เติบโตขึ้นมากแล้วก็ปรับตัวเข้ากับบลอดเวนได้แล้ว
เลนนาร์ดก็ดูเป็นพี่ชายที่ใจดีมาก
ต้องเป็นลุงที่ดีในอนาคตแน่ ๆ อิอิ open-mounthed smile

#3 By ยู่ยี่. on 2012-07-08 14:26

เลนนาร์ดก็เป็นพี่ชายเหมือนกัน  รู้สึกได้ว่าเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วด้วย อะไรกัน!! คงเพราะได้เห็นตอนทำงานด้วยแม้จะนิดหน่อยก็ตาม ,-   -,
พี่น้องผมทองนี่น่ารักจริง โศว่าฌองเป็นเด็กที่โชคดีมากๆ เขาได้อยู่ในที่ๆ รายล้อมด้วยคนอบอุ่นๆ  โตขึ้นมาดีๆ นะฌองนะ
ป.ล. ราฟล่า~~

#2 By akua on 2012-06-03 11:29

ก๊ากกกก โอยยย ขำคุณพ่อบ้านเลยค่ะ โถ แจ็ค
คุณมาทิลด้าคงไม่เหงาแล้ว เพราะดูท่าจะเป็นปีที่บ้านโลฟเฟลครึกครื้นด้วยสมาชิกน่ารักๆที่เข้ามาอยู่กันเป็นครอบครัวอบอุ่น
แอบฮามาดจิกใส่หนูอองตวนเบาๆของพ่อบ้านแจ็คด้วยค่ะ
แฮ่ๆ นี่มันพี่น้องหัวทอง ! ฌองเป็นเด็กที่ฉลาดและน่ารักมากๆ ความสัมพันธ์เล็กๆที่ได้เจอกับอองตวนนั่นเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ ขอให้มีความสุขกับคนพิเศษหนึ่งเดียวในโลกนะ
เจ้าชายน้อยจะหยิบขึ้นมาอ่านอีกกี่ครั้ง บททำให้เชื่องก็เป็นบทที่วิเศษเสมอ ฉันชอบที่ความสัมพันธ์ก่อตัวขึ้น ละเอียดอ่อนและสำคัญเหมือนฟิคที่พี่ฟูเขียนนะคะ
ขอบคุณที่เขียนถึง และนึกถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของเจ้าเลนนาร์ด ยินดีที่ได้รู้จักกับฌอง
แล้วก็ขอจับมือพี่ฟูอีกรอบด้วยนะคะ /เขินเลย - -,,

#1 By quinto on 2012-06-03 00:31